บรรยากาศหม่นๆเทาๆเคล้าเสียงฝนอย่างนี้ ทดลองหาหนังมองสักเรื่องดีไหมขา ? แม้กระนั้นถ้าเกิดจะให้ฟินอินกันขั้นสุดก็ต้องเป็นหนังศร้านี่แหละถึงจะเข้ากับบรรยากาศ วันนี้ จึงรวมลิสต์ 7 หนังระทด สุดดราม่า ดูแล้วเรียกน้ำตาได้ทุกครั้งมาฝาก คนไหนกันแน่กำลังต้องการปล่อยอารมณ์ถ่วงๆช่วงวันหยุด ท่ามกลางบรรยากาศเป็นใจ ก็ทดลองเลือกหนังที่พอใจไปดูกันได้เลยจ๊ะ

ลำดับที่ 7
My Sister’s Keeper

My Sister’s Keeper
หนังแนวดราม่าครอบครัวที่มีลูกสาวเป็นลูคีเมียมาตั้งแต่เล็กๆ
เป็นไปไม่ได้รักษาหายได้แม้กระนั้นรอพยุงกันมา หมอเลยแนะนำให้มีลูกสาวอีกคนเพื่อมาช่วยลูกอีกคน
เพราะมีโครโมโซมตรงกับพี่สาวทุกๆสิ่งทุกๆอย่าง จริงๆไม่ได้มองตอนเริ่มต้น แม้กระนั้นก็พอเพียงจะเดาอะไรช่วงต้นได้บ้าง
หนังเล่าได้ละเมียดละมุน เริ่มที่แม่ก่อนแล้วกัน ดูแล้วตื้นตันในระหว่างที่แม่เซ้าซี้ให้ลูกสาว
ออกไปภายนอกบ้าง ออกไปเจอไรบ้างไม่อยากให้ลูกคดคู้อยู่แม้กระนั้นด้านในภาย
ลูกสาวก้อมัวแต่ตะโกนและก็เพ้อพร่ำว่าตัวเองไม่สวยมีสภาพอย่างนี้ (ผมร่วงหมดแล้ว) จะให้หนูออกไปยังไง
ข้างแม่ไม่พูดพร่ำเพรื่อทำเพลง….เข้าไปในห้องแล้วใช้กางตตามันโกนศีรษะตนเองจนถึงโล้นให้ดังลูก
มองเดี๋ยวนี้น้ำตาก็แทบจะร่วงแล้วล่ะ ความรักของแม่
ต่อมาก็คิวของบิดา ตั้งแต่รู้ดีว่าลูกเจ็บป่วยไม่เคยพูดอะไรสักคำ ได้แม้กระนั้นปล่อยให้แม่จัดแจงนั่นนี่ไปบ่อย
แม้กระนั้นในใจเจ็บปวดรวดร้าว คนเป็นบิดาเนอะผู้ชายมักจะรายละเอียดไม่มากมายเยอะแค่ไหน… แม้กระนั้นแววตาที่มองดูลูกสาว
ทำให้เรามองไปน้ำตาคลอหน่วยไป ในระหว่างที่หมอบอกว่าคงจะหมดทางไปแล้ว เหลือเวลาไม่มากมายเยอะแค่ไหน ลูกสาวต้องการ
ไปทะเล เดี๋ยวนี้แหละที่บิดาและก็แม่มีความเห็นที่แตกต่าง

ลำดับที่ 6
The Joy Luck Club

The-Joy-Luck-Club.jp

เรื่องราวมีความเกี่ยวพันกันในแต่ละมุมมองของผู้แสดง โดยตั้งต้นจากเรื่องราวปัจจุบัน คือ งานพบปะสังสรรค์วันเกิดจูน ผู้แสดงนำของเรื่อง แล้วเล่าถึงที่มาของ The Joy Luck Club ที่ซื่อหยวนแม่ของจูนเป็นคนตั้งมาจากการเจอกับสหายอีก 3 คนภายในโบสถ์ และก็การเล่าเรื่องของ Lindo ผ่านซื่อหยวนแม่ของจูนที่ Lindo รำพันถึงการที่ซื่อหยวนทิ้งลูกแฝดไว้ที่เมืองจีน ว่าแม่คนนึงเพราะอะไรถึงตัดสินใจทิ้งลูกได้ นั่นก็เป็นจุดเริ่มการเล่าถึงชีวิตในวัยเด็กของ Lindo ที่แม่ยกคุณให้เป็นสะใภ้เครือญาติเศรษฐีตั้งแต่ 4 ขวบ เชื่อมโยงมาที่ Ying Ying รำพันถึงสิ่งที่ชั่วร้ายกว่าการทิ้งลูก ซึ่งก็คือที่มาที่ไปแม้กระนั้นหนหลังของคุณกับความเหลวแหลกร้ายในชีวิตสมรสหนแรกที่เมืองจีนจนถึงทำให้คุณพลั้งมือปล่อยให้ดวงตาย และก็กลายเป็นเงื่อนในใจบ่อยมาจนถึงคุณมีภาวการณ์ซึมเศร้า ส่งผลต่อลูกสาวอย่าง Lena ที่โตมากับแม่ที่เจ็บป่วย ทำให้ Lena ซึ่งเป็นคนเล่าเรื่องลำดับต่อมามีลักษณะลักษณะท่าทางแบบสมยอม วนไปจนถึงโรสกับแม่ คือ Anmei ซึ่งมีภูมิหลังชีวิตที่เป็นโศกนาฏกรรม (ให้อารมณ์มงกุฎดอกส้มมากมาย มีคุณผู้หญิงอันดับที่หนึ่งสองสามสี่ ราวนั้นเลย) ตัดกลับมายังเรื่องราวปัจจุบันของเรื่องที่จูน โดยโรสพูดกับจูนว่าแม่จูนไม่อยู่ขาดคนทำปูไปยังไงก็ไม่อย่างเดิม เรื่องก็กลับมาเป็นจูนเล่าย้อนไปถึงเรื่องราววันตรุษจีนที่แม่ทำปูเป็นหนสุดท้าย ซึ่งถือเป็นจุดไคลแมกซ์ของหนัง ที่แม่ลูกทะเลาะกันและก็ได้ทำความเข้าใจกันสุดท้าย แล้วตัดกลับมาที่เรื่องราวปัจจุบันอีกครั้ง

ลำดับที่ 5
I am sam

I am sam
หนังเรื่องนี้เล่าของ แซมชายคนนึงที่มีปัญญาเท่ากับเด็ก 7 ขวบ เขาปฏิบัติงานเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านกาแฟ Starbuck ด้วยอัตราค่าจ้าง 8 เหรียญต่อชั่วโมง เขามีสหายที่มีปัญหาทางด้านปัญญาแบบเดียวกัน มีการใช้ชีวิตที่ทุกวันไม่ได้เปลี่ยนอะไรไปมากนัก ตอนเวลาเช้าไปรับประทานข้าวที่ร้านประจำ สั่งอาหารเดิมๆทุกอาทิตย์เขาและก็สหายๆมีนัดดูหนังกัน ซึ่งก็ไม่มีใครผิดนัด แซมใช้ชีวิตอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆจนถึงวันนึง ดันมีลูกกับเพศหญิงคนนึง เขาตั้งชื่อลูกว่าลูซี่ ชีวิตของแซมก็เปลี่ยนไป และก็ต่อมาเพศหญิงคนนั้นทิ้งเขาและก็ลูซี่ไป แซมจึงจำเป็นต้องเลี้ยงลูซี่ผู้เดียว ด้วยที่เป็นผู้ที่มีปัญญาเท่ากับเด็ก เขาจึงไม่เคยรู้กรรมวิธีการเลี้ยงลูก จนถึงแอนนี่เพื่อนบ้านจำเป็นต้องมาแนะนำการเลี้ยงลูก และก็ช่วยเลี้ยงลูซี่ไปพลางๆด้วย อีกทั้งสหายๆของแซมก็ช่วยกันเลี้ยงแบบสุดความสามารถ

 

ลำดับที่ 4
About Time

About Time
เป็นภาพยนตร์เก่าปี 2013 เป็นหนังครอบครัวแนว โรแมนติก คอมมาดี้ ดูแล้ว Feel good อมยิ้มตลอดเรื่อง ฉากเดินเรื่องไม่หวือหวาเป็นการถ่ายทอดชีวิตเรื่อยๆแม้กระนั้นไม่น่าเบื่อ เล่าได้น่าสนใจ ควรค่าแก่การดูสุดๆภาพงาม เดินเรื่องดี นักแสดงสมบทบาท ดารานำชายมองหน้าจืดๆบื้อๆหน่อยแม้กระนั้นก็มีเสน่ห์ในตนเอง นางเอกสวยมากมาย ยิ้มสวย ดูแล้วยิ้มตามตลอด บิดาของดารานำชายที่เป็นตัวละครเอกอีกหนึ่งตัวในเรื่อง ก็แสดงดีมาก ช่วยดำเนินให้เรื่องสนุกและก็น่าสนใจ เป็นส่วนที่ช่วยทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้จบดีมากๆ

 

ลำดับที่ 3
Slumdog Millionaire

Slumdog Millionaire
หนังออสการ์ดีเยี่ยมที่สุดปีล่าสุดนี้เกือบดับและก็ตกลงเหวแล้ว เพราะจะถูกส่งลงเป็นแผ่นก่อนจะลงโรงเสียอีก แต่กลับฟื้นคืนชีพขึ้นมามากกว่าสินเดอเรลล่าหรือผู้แสดงเทพนิยายอะไรก็ตามแถมยังมาแบบเหนือเมฆ เพราะเดี๋ยวนี้ราคาหนังสูงมากมายจนถึงเมืองไทยเองเกือบไม่เอามาฉายซะแล้ว เนื่องมาจากมันราคาสูง เป็นหนังอิน(ดี้)เดียที่จำกัดโรงฉาย ไม่คุ้มลงทุน ทั้งยังหนทางหนังก็ไม่ถูกปากชาวไทยนัก แม้กระนั้นด้วยกระแสด้านบวกล้นหลามจากปากต่อปาก นักวิพากษ์วิจารณ์ และก็สามารถคว้ารับรางวัลภาพยนตร์ดีเยี่ยมที่สุดจากลูกโลกทองและก็ออสการ์ Slumdog Millionaire จึงมีโอกาสมาให้ชาวไทยลิ้มรสจนได้ หนังเรื่องนี้สร้างขึ้นมาจากเรื่องสั้นที่เผยสังคมอินเดียผ่านเรื่องราวของจามาล มาริค ชายหนุ่มวัย 18 เค้าหน้าเฉลี่ยวฉลาด(น้อย) ปฏิบัติงานเป็นเด็กเสิร์ฟที่มีพื้นเพมาจากสลัมมุมไบ แต่กลับพลิกผันได้มาเล่นเกมส์ในรายการ Who Wants To Be A Millionaire (หรือรายการเกมส์คนมั่งคั่งบ้านเรานั่นแหละครับ) จามาลเหลืออีกเพียงแค่หนึ่งคำตอบที่ถูกจากหนึ่งปัญหาก็จะคว้าเงินรางวัลสูงสุด 20 ล้านรูปี ด้วยลักษณะและก็พื้นเพที่มาที่ไปของเขา ทำให้เพรม คูมาร์พิธีกรของรายการมีความคิดว่าจามาลทุจริตเกมส์การแข่งขัน ช่วงพักรายการก่อนถ่ายต่อปัญหาสุดท้าย ตำรวจจึงนำตัวเขาไป(ทรมาน)สอบสวนเค้นข้อเท็จจริง ชายหนุ่มจากสลัมจึงเล่าทุกๆสิ่งทุกๆอย่างในอดีตกาลที่เป็นกุญแจไขสู่คำตอบให้ฟัง การดำรงชีวิตของจามาล สะท้อนภาพลักษณ์ สังคม

 

ลำดับที่ 2
Hachiko A Dog’s Story

Hachiko A Dog’s Story
หนังแนวดราม่าที่สร้างขึ้นมาจากข้อเท็จจริง ของประเทศญี่ปุ่น รายละเอียดหนังเกี่ยวกับหมาตัวนึงที่ถูกเก็บ มีความซื่อมากมายมันมักจะเดินตามไปส่งเจ้าของที่สถานีรถไฟ และก็มารอรับเจ้าของกลับทุกวัน
ทุกคนต่างยกย่องในความซื้อสัตย์สวย จงรักภักดีของหมาตัวนี้จนถึงตอนวันที่แสนระทดมาถึง ไม่มีใครอยู่ด้วยกันได้ตลอดไป เจ้าของของมันได้ตายลงแม้มันจะรู้ แม้กระนั้นมันยังคงไปรอคอยเขาอยู่ที่สถานีรถไฟทุกวัน
เนื้อเรื่องที่ผมเล่ามา ผมได้อ่านก่อนดูหนัง ผมรู้ดีว่าเจ้าของจะตายรู้ทั้งยังรู้ดีว่าหนังมันจำเป็นต้องเล่นกับอารมณ์ตูแน่ๆ
แม้กระนั้นก็ไม่อาจห้ามน้ำตาตนเองได้ มองไปเรื่อยๆพอเพียงถึงกึ่งกลางเรื่องร้องไห้ออกมาจากตา 1 หยด ตกใจมากมาย เห้ย นี่ตูกลั้นสุดๆแล้วนะโว้ยยยไปซักพัก เต็มหน้า สะอึกสะอื้น ไม่ไหวจะจัดการมากมายๆร้องไห้ตั้งแต่กึ่งกลางเรื่องจนถึงตอนจบ
หนังดีมาก ดนตรีประทับใจสุดๆบางคนที่แอ่งน้ำตาตื้นหน่อย แค่ฟังดนตรีแล้วนึกภาพในหนังก็ร้องไห้ได้เลยทีเดียว สำหรับหนังเรื่องนี้ ผมยอมยกธงขาวครับ ทำร้องไห้ซะเสียมาดคนใจแข็งเลย ผู้ที่กำลังหาหนังที่สามารถทำคุณร้องไห้ได้ หรือบิ้วอารมณ์สุดๆผมแนะนำเรื่องนี้เลยครับ จะเก็บไว้ให้ลูกให้หลาน ให้สหายได้มองแน่ๆหนังดีมาก

 

ลำดับที่ 1
The Shawshank Redemption

The Shawshank Redemption
หนังที่เล่าถึงสภาพแวดล้อมในด้านมืดของตาราง ความไม่ซื่อตรงแล้วก็การเอาชีวิตรอดในโลกที่อำมหิตถูกถ่ายทอดออกมาอย่างลึกซึ้งและก็ประทับใจ สารภาพว่าตัวผู้เขียนเองมองรอบแรกจบลงไปและก็ยังไม่ถึงกับติดใจในหนังเรื่องนี้มากมายซักเท่าไหร่ แม้กระนั้นเมื่อได้เอามันกลับมามองอีกครั้งก็กำเนิดติดใจขึ้นมาในความที่มันเป็นหนังเล่าได้น่าติดตามมากมาย แอบแฝงไปด้วยแง่คิดอะไรหลายๆอย่างรวมถึงความละมุน วิจิตรของบทภาพยนตร์ที่แม้แต่ผู้ชมผู้ชายก็บางครั้งอาจจะเสียน้ำตาให้กับหนังเรื่องนี้ได้